⚾ สารภาพรักมาแล้วเก้าครั้ง และครั้งที่สิบแจฮีก็ตั้งใจให้เป็นครั้งสุดท้าย แต่คำตอบที่ได้รับยังเหมือนเดิม—เขาเลือกเบสบอล ส่วนเธอต้องเลือกว่าจะหยุดรักเขาเสียที
ขอเผารถทีมทิ้งเลยได้ไหม? Can I Burn The Team Bus? เรื่องราวของ “แจฮี” ผู้แอบรักใครคนหนึ่งมายาวนานถึง 13 ปี แม้จะพยายามสารภาพความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งกลับจบลงด้วยการถูกปฏิเสธ เพราะอีกฝ่ายต้องการทุ่มเทให้กับเบสบอล
หลังการสารภาพรักครั้งที่สิบจบลงด้วยคำตอบเดิม แจฮีจึงตัดสินใจว่าความรักข้างเดียวครั้งนี้ควรสิ้นสุดเสียที เธอตั้งใจจะก้าวต่อไป ลืมทุกอย่าง และไม่ปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความรู้สึกเดิมอีก
ขอเผารถทีมทิ้งเลยได้ไหม? เมื่อรักข้างเดียว 13 ปีจบลง แต่เรื่องวุ่น ๆ เพิ่งเริ่มต้น
เพื่อทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง แจฮีตัดสินใจแบบฉับพลันว่าจะลองมีความสัมพันธ์แบบวันไนต์สแตนด์ หวังให้ตัวเองหลุดออกจากความรักที่ยืดเยื้อมานาน
ทว่าสิ่งที่ควรเป็นเพียงค่ำคืนเดียวกลับไม่จบง่ายอย่างที่คิด เพราะการตัดสินใจครั้งนั้นนำไปสู่สถานการณ์ที่แจฮีไม่เคยคาดไว้ และทำให้ชีวิตรักหลังอกหักของเธอเริ่มวุ่นวายขึ้นกว่าเดิม
💘 จุดเด่นของ Can I Burn The Team Bus?
จาก รักข้างเดียว 13 ปี การสารภาพรักถึง 10 ครั้ง และคู่แข่งที่ชื่อว่าเบสบอล เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยความผิดหวัง ก่อนพาไปสู่การตัดสินใจสุดหุนหันที่พลิกชีวิตของแจฮี เหมาะกับคนที่ชอบโรแมนซ์วุ่น ๆ ซึ่งเริ่มต้นหลังตัวเอกตั้งใจจะตัดใจอย่างจริงจัง
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q: ขอเผารถทีมทิ้งเลยได้ไหม? Can I Burn The Team Bus? เป็นแนวไหน?
A: เป็นแนวโรแมนซ์ ดราม่า และความสัมพันธ์ โดยเริ่มจากรักข้างเดียวที่ยาวนานก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหลังการอกหัก
Q: แจฮีแอบรักอีกฝ่ายมานานแค่ไหน?
A: เธอมีความรักข้างเดียวมายาวนานถึง 13 ปี และตัดสินใจสารภาพรักเป็นครั้งที่สิบก่อนจะยอมตัดใจ
Q: ทำไมแจฮีถึงตัดสินใจมีความสัมพันธ์แบบวันไนต์สแตนด์?
A: หลังถูกปฏิเสธอีกครั้ง เธอตั้งใจจะก้าวต่อไปและลืมความรักตลอด 13 ปี จึงตัดสินใจทำบางอย่างที่ต่างจากชีวิตเดิมของตัวเองอย่างสิ้นเชิง
⚾ เธอสารภาพรักสิบครั้งยังไม่วุ่นวายเท่าการตัดใจเพียงครั้งเดียว—เพราะวันไนต์สแตนด์ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่จบแค่คืนเดียว
